You are currently viewing เล็กที่สุดแต่ทรงอำนาจ นครรัฐวาติกัน

เล็กที่สุดแต่ทรงอำนาจ นครรัฐวาติกัน

  • Post author:
  • Post category:Blog

บนโลกของเรานั้นมีประเทศ ต่างๆมากมายหลายประเทศทั้งประเทศดังเดิมที่มีอยู่ก่อนมาหลายพันปีและประเทศเกิดใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นได้ไม่นาน ซึ่งสาเหตุของการแยกตัวออกมาเป็นประเทศก็มีหลากหลายเช่นกันไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มจำนวนของประชากรหรือการที่ประเทศนั้นมีการปกครองแบบพิเศษเป็นต้น เมื่อนานวันเข้าจึงเริ่มมีลักษณะเฉพาะส่วนตัวและมีอำนาจมากขึ้นจึงขอแยกส่วนตั้งเป็นประเทศของตัวเองซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและเห็นด้วยจากผู้คน ซึ่งกว่าจะก่อตั้งประเทศใหม่ได้นั้นก็มีกฎเกณฑ์ และเหตุผลหลายอย่างอันสมควรจึงจะสามารถก่อตั้งเป็นประเทศใหม่ได้ และพูดถึงประเทศที่ เล็กที่สุดแต่ทรงอำนาจ บนโลกนี้ ประเทศที่เรานึกถึงนั้นก็คือนครรัฐวาติกัน แม้จะเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกแต่ก็มีอิทธิพลในด้านของศาสนาและความเชื่อของผู้คน โดยเป็นเมืองสำคัญที่เรียกว่าเป็นเมืองหลวงของศาสนาคริส เป็นที่ประทับของผู้นำศาสนาอย่างองค์พระสันตะปาปานั่นเอง

เล็กที่สุดแต่ทรงอำนาจ มีอะไรในประเทศนี้บ้าง

นครรัฐวาติกันนั้นเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกโดยมีขนาดพื้นที่ทั้งหมดเพียงประมาณ 0.4 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น  นครรัฐวาติกันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรุงโรมอิตาลีโดยเริ่มมาจากการเป็นเขตปกครองพิเศษจนในภายหลังได้แยกตัวก่อตั้งเป็นรัฐอิสระขึ้น ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ไม่มีชนชาติที่เป็นเชื้อชาติวาติกันแท้ มีแต่เพียงพลเมืองสัญชาติวาติกันที่มีเชื้อชาติแตกต่างกันไป ยกเว้นแต่องครักษ์ที่ทำหน้าที่รับษาความปลอดภัยและดูแลเรื่องต่างๆให้องค์พระสันตะปาปาที่เป็นชาวสวิสเท่านั้น และจะต้องเป็นคาทอลิกที่ดี ประชากรในนครรัฐวาติกันนี้มีทั้งหมดประมาณเก้าร้อยคนและมีผู้ที่มาทำงานในประเทศราวๆพันว่าคน นอกเหนือจากนครรัฐวาติกันจะเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่มีศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมอันมีวัฒนธรรมเฉพาะตัวและโดดเด่นมากมาย และพิพิธภัณฑ์วาติกันยังรวบรวมผลงานศิลปะจากศิลปินเอกหลายยุคหลายสมัยที่เป็นผลงานออริจินอลไม่สามารถหาดูที่อื่นได้อีกแล้วนอกจากที่นี่เท่านั้นจึงเป็นสถานที่อันทรงคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

นครรัฐวาติกันแยกตัวออกมาเป็นประเทศได้อย่างไร

สถานที่นี้เกิดขึ้นจากการที่นักบุญปีเตอร์พระสันตะปาปาองค์แรก หลังจากถูกทรมานและเสียชีวิตจากการตรึงกางเขนก็ได้ถูกนำร่างมาฝังไว้ที่เนินเขาวาติกันใกล้กับที่ที่ท่านถูกทรมานจนตาย ต่อมาจึงได้สร้างวิหารขนาดใหญ่เพื่อเป็นเกียรติและที่ระลึกถึงแด่ท่านนั่นคือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั่นเอง ตำแหน่งพระสันตะปาปาได้ถูกสืบทอดต่อมารุ่นต่อรุ่นและด้วยความที่เป็นเมืองหลวงในแง่ของศาสนาคริสต์ จึงมีอำนาจและอิทธิพลสูงสุดที่หนึ่งของโลกไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเรื่องการเมือง แต่ภายหลังได้ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางด้านการเมืองค่อยๆริดรอนอำนาจลง พระสันตะปาปาในรุ่นหลังๆจึงเริ่มออกห่างจากการเมืองของอิตาลีมากขึ้นแต่ยังคงมีระบบการปกครองภายในเมืองของตนเองอย่างเคร่งครัด

จนกระทั่งถึงรุ่นของสมเด็จพระสันตะปาปาไพอัสที่ 11 ได้ทำสนธิสัญญาแลเทอเรนเพื่อยุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างพระสันตะปาปาและรัฐบาลอิตาลีลง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการขัดแย้งและคานอำนาจกันระหว่างประมุขแห่งศาสนาจักรและประมุขแห่งอาณาจักรนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้นครรัฐวาติกันแยกออกเป็นประเทศพิเศษที่มีการปกครองของตนเองและเป็นเขตพื้นที่พิเศษที่เป็นข้อยกเว้นหากเกิดสงครามทางด้านอาวุธขึ้นสถานที่นี้จะต้องถูกปกป้องห้ามทำลายเนื่องจากเป็นสถานที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบต่างๆรวมถึงมีหอสมุดอันเก่าแก่มากที่สุดในโลกนั่นเอง